Saturday, March 29, 2025
spot_img
HomeMotoringปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว 911 GTS ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว 911 GTS ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  • การจับมือร่วมกับ Curvistan Bangkok ที่จะมาเติมเต็มบรรยากาศปอร์เช่ คอมมูนิตี้ ภายในบูธ
  • รถยนต์ปอร์เช่หลายรุ่นที่จัดแสดงในบรรยากาศที่สะท้อนไลฟ์สไตล์อันโดดเด่น
  • การเปิดตัว 911 GTS พร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกระดับสมรรถนะอย่างเหนือชั้น ด้วยสัดส่วนน้ำหนัก ต่อแรงม้าที่ดียิ่งขึ้น
  • ราคาเริ่มต้นของ 911 GTS ใหม่ อยู่ที่ 17.4 ล้านบาท

ปอร์เช่ ประเทศไทย เตรียมยกระดับมาตรฐานใหม่แห่งประสบการณ์งานแสดงยนตรกรรม ในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ด้วยบูธจัดแสดงสุดล้ำสมัย ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมเปิดตัว Porsche 911 GTS รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนที่ได้รับการพัฒนาใหม่ เพื่อยกระดับสมรรถนะการขับขี่อย่างเหนือชั้น

ปอร์เช่ ประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์เหนือระดับภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ด้วยการนำ Curvistan Bangkok พื้นที่ไลฟ์สไตล์มัลติฟังก์ชันชื่อดังจากย่านทองหล่อ มาจัดแสดงภายในบูธอย่างเต็มรูปแบบ ถ่ายทอดบรรยากาศของปอร์เช่ คอมมูนิตี้ที่เปี่ยมด้วยความหรูหราและรสนิยม พร้อมสร้างสรรค์พื้นที่เสมือนห้องนั่งเล่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่อบอวลด้วยเสน่ห์ของยนตรกรรมระดับตำนาน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสสมรรถนะ ความประณีต และมรดกแห่งแบรนด์ปอร์เช่อย่างใกล้ชิดในบรรยากาศอันเป็นกันเอง

นอกจาก 911 GTS แล้ว บูธปอร์เช่ยังนำเสนอไลน์อัปรถยนต์รุ่นเด่นอีกหลากหลายรุ่น ภายใต้บรรยากาศไลฟ์สไตล์สุดพิเศษ อาทิ ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4 Cross Turismo) ที่ติดตั้งแร็คจักรยาน (Bicycle Rack) สะท้อนภาพลักษณ์ของยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าที่ผสานประโยชน์ใช้สอยเข้ากับสมรรถนะอันเร้าใจอย่างลงตัว

ขณะที่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นประกอบในภูมิภาค ก็มาพร้อมชุดเต็นท์หลังคา (Porsche Roof Tent) ที่สะท้อนถึงความอเนกประสงค์สำหรับไลฟ์สไตล์สายผจญภัยอย่างเต็มรูปแบบ

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ 718 เคย์แมน สไตล์ อิดิชั่น (718 Cayman Style Edition) ที่มาพร้อมดีไซน์สะดุดตา, พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) ที่ผสานความหรูหราเข้ากับพลังขับเคลื่อนไฮบริด และ มาคันน์ (Macan) ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่โดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะและความสะดวกสบายในการใช้งานจริง

ทุกรุ่นล้วนสะท้อนปรัชญาการออกแบบของปอร์เช่ ที่ผสานมรดกแห่งยนตรกรรม ความล้ำสมัยด้านเทคโนโลยี และความหรูหราสไตล์สปอร์ตไว้อย่างลงตัว

นายไมเคิล เวตเตอร์ (Michael Vetter) กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดเผยว่า “เป้าหมายของเราคือการยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าชมงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ผ่านความร่วมมือกับ Curvistan Bangkok พื้นที่ไลฟ์สไตล์มัลติฟังก์ชันชื่อดังจากย่านทองหล่อ ที่เข้ามาเติมเต็มบรรยากาศของ Porsche Community ภายในบูธให้มีความอบอุ่นและเป็นกันเอง เราต้องการเชิญชวนแขกผู้เข้าชมให้ได้สัมผัสกับแบรนด์ปอร์เช่ในมุมมองที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เสมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่สามารถแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความประทับใจกับเพื่อน ๆ ได้อย่างสบายใจ ในขณะเดียวกัน 911 GTS ใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid ก็ได้กลับขึ้นสู่จุดสูงสุดของกลุ่มรถสปอร์ตสมรรถนะสูงอีกครั้ง ด้วยการยกระดับสมรรถนะผ่านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ที่เป็นหัวใจของ 911 ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบายในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน การควบคุมที่เฉียบคม และอารมณ์ความรู้สึกที่ได้รับจากการขับขี่อย่างแท้จริง เรารอคอยที่จะได้ต้อนรับแฟน ๆ ปอร์เช่ทุกคนในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งนี้”

911 GTS ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid เพื่อสมรรถนะที่เหนือชั้น

ปอร์เช่ เผยโฉม 911 GTS ใหม่ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid เป็นครั้งแรก เพื่อยกระดับสมรรถนะสู่มาตรฐานใหม่ โดยนับเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญของตระกูล 911 อันเป็นเอกลักษณ์ กับการติดตั้งระบบขับเคลื่อนไฮบริดสำหรับการใช้งานบนท้องถนนเป็นครั้งแรกในรุ่น 911 Carrera GTS ระบบไฮบริดสมรรถนะสูงใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ต ช่วยเพิ่มทั้งพละกำลังและประสิทธิภาพการขับขี่อย่างมีนัยสำคัญ โดยยังสามารถควบคุมน้ำหนักตัวรถให้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ยังคงไว้ซึ่งบาลานซ์และความคล่องตัวตามแบบฉบับของ 911 ได้อย่างลงตัว

911 GTS ใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ขนาด 3.6 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว เทอร์โบชาร์จเจอร์ และแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาดกะทัดรัด เพื่อมอบสมรรถนะระดับสูงควบคู่กับการควบคุมน้ำหนักที่แม่นยำ มอเตอร์ไฟฟ้าตัวแรกถูกติดตั้งภายในเทอร์โบชาร์จเจอร์ ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 20 กิโลวัตต์  (27 แรงม้า) และยังช่วยให้เทอร์โบตอบสนองได้อย่างฉับไว ลดอาการรอรอบ (turbo lag) เพื่อการเร่งที่ลื่นไหลในทุกช่วงความเร็ว

มอเตอร์ไฟฟ้าอีกตัวถูกติดตั้งอยู่ในระบบเกียร์อัตโนมัติ Porsche Doppelkupplung (PDK)  8 จังหวะ ทำหน้าที่ช่วยเสริมแรงบิดของเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ได้สูงสุดถึง 300 นิวตันเมตร และเพิ่มกำลังขับเคลื่อนอีก 40 กิโลวัตต์ ส่งผลให้การตอบสนองของรถแม่นยำและเร้าใจยิ่งขึ้น มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสองตัวทำงานร่วมกับแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 1.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักรวมของตัวรถให้คงไว้ซึ่งความสมดุลอันเป็นเอกลักษณ์ของ 911

นอกจากนี้ ปอร์เช่ยังได้ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดเล็กสำหรับระบบไฟฟ้าขนาด 12 โวลต์ แทนที่แบตเตอรี่ทั่วไป เพื่อลดน้ำหนักโดยรวมและเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายกำลังไฟฟ้าภายในระบบของรถอย่างเหมาะสมที่สุด ถือเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับยนตรกรรมสำหรับการใช้งานจริงได้อย่างลงตัว

แม้ในขณะที่ไม่มีการช่วยเสริมจากระบบไฟฟ้า เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ขนาด 3.6 ลิตรของ 911 GTS ใหม่ ยังคงให้พละกำลังสูงถึง 357 กิโลวัตต์ (485 แรงม้า) และแรงบิด 570 นิวตันเมตร อย่างไรก็ตาม เมื่อทำงานร่วมกับระบบ T-Hybrid สมรรถนะโดยรวมของรถจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยพละกำลังรวมสูงสุด 398 กิโลวัตต์ (541 แรงม้า) และแรงบิด 610 นิวตันเมตร ส่งผลให้รถสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 312 กม./ชม.

นอกเหนือจากการยกระดับด้านขุมพลัง ปอร์เช่ยังได้ปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์และระบบช่วงล่างของ 911 GTS ใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม โดยมาพร้อมระบบกันสะเทือน Porsche Active Suspension Management (PASM) ที่ปรับระดับความสูงของตัวรถให้ต่ำลง 10 มิลลิเมตร เสริมด้วยระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-Axle Steering) ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น GTS ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในความเร็วสูงและความคล่องตัวในความเร็วต่ำ ขณะเดียวกัน ระบบควบคุมช่วงล่าง Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) ยังได้รับการผสานเข้ากับระบบไฮบริดโดยตรง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเข้าโค้งและการทรงตัวในทุกสภาพถนน

ด้านดีไซน์และสมรรถนะทางอากาศ 911 GTS ใหม่ติดตั้งช่องระบายอากาศแบบแอคทีฟ พร้อมดิฟฟิวเซอร์ด้านหน้าที่สามารถปรับการไหลเวียนของอากาศโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มแรงกดและลดแรงต้าน ช่วยเสริมประสิทธิภาพและการยึดเกาะถนนในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ปิดท้ายด้วยชุดแอโรไดนามิกเสริม และล้อดีไซน์ใหม่ ที่ไม่เพียงช่วยเพิ่มความโดดเด่นด้านรูปลักษณ์ แต่ยังยกระดับการตอบสนองและเสถียรภาพของรถในทุกสภาวะการขับขี่อย่างแท้จริง

ภายนอกของปอร์เช่ 911 GTS ใหม่ ได้รับการปรับดีไซน์ให้ทันสมัยและทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยชุดไฟหน้าแบบ Matrix LED ดีไซน์ใหม่ กันชนหน้าที่ได้รับการออกแบบให้มีมิติและความโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น พร้อมส่วนท้ายที่เสริมเส้นสายให้ดูแข็งแกร่ง แถบไฟท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมโลโก้ ‘PORSCHE’ แบบฝังในตัว สะท้อนความประณีตในทุกรายละเอียด และช่วยเพิ่มความรู้สึกของความกว้างและความดุดันให้กับตัวรถ สำหรับรุ่น คาเรร่า จีทีเอส (Carrera GTS) ยังมาพร้อมระบบไอเสียสปอร์ตแบบเฉพาะตัวที่ออกแบบมาเพื่อมอบเสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

ภายในห้องโดยสาร ปอร์เช่ได้พลิกโฉมการออกแบบภายในของ 911 GTS ใหม่สู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเปลี่ยนจากการใช้กุญแจแบบหมุนสตาร์ทมาเป็นปุ่มกด พร้อมติดตั้งแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 12.6 นิ้ว ซึ่งสามารถปรับแต่งการแสดงผลได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ ระบบ Porsche Communication Management (PCM) ได้รับการอัปเกรดให้รองรับการใช้งาน Apple CarPlay® อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเข้าถึงและควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถผ่านอุปกรณ์ Apple ได้โดยตรง นอกจากนี้ ยังเสริมความสะดวกสบายด้วยช่องชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย ระบบช่วยขับขี่ที่พัฒนาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น และฟีเจอร์การสตรีมวิดีโอเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางในทุกมิติ”

911 GTS T-Hybrid ใหม่ เปิดให้สั่งจองอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย โดยมีให้เลือกครบทั้งตัวถังแบบคูเป้ (Coupé), คาบริโอเลต (Cabriolet) และทาร์กา (Targa) พร้อมระบบขับเคลื่อนทั้งแบบล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ ทุกรุ่นมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ Porsche Doppelkupplung (PDK) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สำหรับรุ่น 911 คาร์เรร่า จีทีเอส (911 Carrera GTS) ราคาเริ่มต้นที่ 17.4 ล้านบาท

ปอร์เช่ ประเทศไทย ขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับภายในบูธปอร์เช่ หมายเลข A15 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 โดยภายในบูธได้รวบรวมยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งระบบขับเคลื่อนไฮบริดประสิทธิภาพสูง และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ พร้อมมอบประสบการณ์ที่ทั้งเร้าใจและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่หลงใหลในการขับขี่อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ผู้เข้าชมยังจะได้พบกับข้อเสนอและแคมเปญสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ปอร์เช่หลากหลายรุ่นภายในงาน ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ใกล้ชิดกับยนตรกรรมระดับตำนาน พร้อมสัมผัสจิตวิญญาณแห่งการขับขี่ที่ปอร์เช่นำเสนอได้อย่างสมบูรณ์แบบ อย่าพลาดโอกาสพิเศษนี้! งานจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 6 เมษายน 2568

เกี่ยวกับปอร์เช่ ประเทศไทย

ปอร์เช่ ประเทศไทย ดำเนินการโดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ อิมพอร์ต  (AAS Auto Import Co., Ltd.) เป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวของยนตรกรรมสปอร์ต ปอร์เช่ ในประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2536 แบรนด์ปอร์เช่ เป็นผู้ผลิตรถยนต์สปอร์ตหรูชั้นนำจากเมือง สตุ๊ทการ์ท ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีชื่อเสียงจากรุ่นในตำนานอย่าง 911, 718, Cayenne, Macan, Panamera และ Taycan ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ที่เปิดตัวในปี 2562 และในปี 2567 ได้เปิดตัว Macan ยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของปอร์เช่

ปัจจุบัน ปอร์เช่ ประเทศไทย มีโชว์รูมและศูนย์บริการเปิดให้บริการ 5 แห่ง ได้แก่ Porsche Centre Bangkok (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Centre Pattanakarn (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Centre Bangna (บริหารงานโดย บริษัท สตุทการ์ต ออโต้โมทีฟ (ประเทศไทย)), Porsche Studio Bangkok ICONSIAM ชั้น 1 (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Studio Siam Paragon ชั้น 2 (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด) และในอนาคตอันใกล้นี้ ยังมีแผนขยายเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ได้แก่ Porsche Centre Pattaya (บริหารงานโดย บริษัท ไซม์ ดาร์บี้ ออโต้ สปอร์ตส จำกัด) และ Porsche Centre Kalaprapruk (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด)

RELATED ARTICLES
spot_img
spot_img
spot_img

Most Popular